เอ็นเทค สวทช.และ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งไต้หวัน ร่วมจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกันแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานของประเทศไทยและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศทางด้านรุรกิจพลังงาน

(21 พฤศจิกายน 2565) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ร่วมกับ สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute: ITRI) แห่งไต้หวัน และ สมาคมการค้าไทยไต้หวัน (Thai-Taiwan Business Association) ร่วมกันจัดงานสัมมนา "2022 Thailand's Energy Transition Trends and Business Opportunities Seminar” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางด้านพลังงานของประเทศไทย พัฒนาโอกาสการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจและส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี งานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากจาก Mr. Stephen Su, Senior Vice President and General Director Industry, Science and Technology International Strategy Center, ITRI (ISTI/ITRI) มาร่วมกล่าวเปิดงานและผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านทางด้านพลังงานซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานหน่วยงานชั้นนำที่ทำงานเกี่ยวข้องทั้งจากประเทศไทยและไต้หวัน ได้แก่ 

(1) ดร. นุวงศ์ ชลคุป, Director of Low Carbon Energy Research Group, National Energy Technology Center (ENTEC) 
(2) ดร. ฐิติพร สังข์เพชร, Chief of Power System Connection Planning and Cooperation, Department Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT)
) (3) คุณ ชาญยุทธ ฉายาวัฒนะ, Deputy CEO Energy Solution Management Co., Ltd. And Deputy CEO (Technology) Amita Technology (Thailand) Co., Ltd. Energy Absolute Group
(4) ดร.จิรุตถ์ วัดตูม, Technology Strategy and Partnership Manager, SCG Chemicals
(5) คุณ เอกชัย ยิ้มสกุล, Executive Vice President, PTT Public Company Limited Managing Director, ARUN PLUS
(6) Mr. Curtis Ku, Thailand Country Director, Delta Electronics (Thailand)
(7) Mr. Jerry Hsu, Chairman, AcBel Polytech และ
(8) ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล, Executive Director of National Energy Technology Center (ENTEC) 

มาร่วมกล่าวปิดงานในครั้งนี้ นอกจากนี้ภายในงานสัมมนาดังกล่าวยังได้มีการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและกลยุทธ์สำหรับการพัฒนานโยบายทางด้านพลังงานของประเทศไทยร่วมกับบริษัทที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน อาทิ การเตรียมความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาทางด้านพลังงานหมุนเวียน การออกแบบผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่ลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการตระหนักถึงความต้องการของตลาดและความเข้าใจในเรื่องกฎระเบียบข้อบังคับในการดำเนินธุรกิจ อันนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศในสาขาที่เกี่ยวข้องและขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนต่อไปในอนาคต

Print Friendly, PDF & Email