วันที่ 23 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี
ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ Yachiyo Engineering Company Limited และ Atomis Incorporated ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าความร่วมมือด้านเทคโนโลยีพลังงานขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยี Metal-Organic Frameworks (MOFs) เพื่อพัฒนานวัตกรรมกักเก็บก๊าซและดักจับคาร์บอน มุ่งเสริมความมั่นคงพลังงานและขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำของไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งนี้
ในโอกาสนี้ ฯพณฯ Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวแสดงความยินดีต่อทุกภาคส่วนที่มีบทบาทผลักดันให้ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น พร้อมระบุว่า MOU ฉบับนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของไทยและญี่ปุ่นในการยกระดับความร่วมมือด้านพลังงาน ควบคู่กับการรับมือความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก โดยมีเทคโนโลยี MOFs ซึ่งพัฒนาโดยศาสตราจารย์ซูซูมุ คิตากาวะ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Laureate) สาขาเคมีประจำปี ค.ศ. 2025 เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน และเป็นการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงของญี่ปุ่นเข้ากับความต้องการของประเทศไทยผ่านความร่วมมือของภาคเอกชนและหน่วยงานวิจัย สำหรับประเทศไทย เทคโนโลยี MOFs มีศักยภาพในการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรชีวภาพ เพิ่มความหลากหลายของแหล่งพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความสามารถในการดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ กักเก็บก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซไบโอมีเทนเพื่อพลังงานสะอาด รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น อุทกภัยที่เกิดขึ้นบ่อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และคาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการร่วมที่ไม่เพียงเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นต้นแบบด้านความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน
ด้าน Mr. Kenjiro Yamanaka กรรมการและผู้บริหาร บริษัท Yachiyo Engineering Company Limited กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างบริษัทกับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาได้ร่วมพัฒนาโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากรน้ำ การคมนาคม และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีศักยภาพด้านทรัพยากรพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ขณะที่เทคโนโลยีภาชนะกักเก็บก๊าซรูปแบบใหม่ (CubiTan) ที่พัฒนาโดย Atomis Incorporated สามารถกักเก็บก๊าซมีเทนได้ในปริมาณมากภายใต้รูปแบบภาชนะขนาดเล็กและน้ำหนักเบา ช่วยให้สามารถพัฒนาโครงข่ายก๊าซในรูปแบบกระจายศูนย์ หรือ “Virtual Pipeline” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานของประเทศไทย ทั้งนี้ ความร่วมมือภายใต้ MOU จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการวิจัยและการทดลองใช้งานจริงในอนาคต โดย Yachiyo Engineering พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นกับการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืน และยกระดับความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียนต่อไป
ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า นับเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยี MOFs ซึ่งมีศักยภาพในการกักเก็บก๊าซ การดักจับคาร์บอน และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของพลังงานสะอาด โดยผสานจุดแข็งของ ENTEC สวทช. ในการวิจัยและพัฒนาในประเทศ เข้ากับนวัตกรรมขั้นสูงของ Atomis และความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของ Yachiyo เพื่อเร่งการนำเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้งานจริง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยและญี่ปุ่นในการสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศ อาทิ เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC) และแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรนานาชาติในครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของทั้งสองประเทศในอนาคต

