ENTEC https://www.entec.or.th/th Fri, 22 May 2026 09:28:54 +0000 ณ ห้องประชุมชั้น 10, อาคาร Techosen, กระทรวงอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (MISTI) กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.4 https://www.entec.or.th/wp-content/uploads/2021/01/cropped-forward-logo-1-32x32.png ENTEC https://www.entec.or.th/th 32 32 ENTEC–MTEC–TISTR–DEDE Launch Project to Advance Commercial-Scale SAF Production from Ethanol https://www.entec.or.th/th/entec-mtec-tistr-dede-launch-project-to-advance-commercial-scale-saf-production-from-ethanol/ Fri, 22 May 2026 09:28:18 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19953

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมมิ่งเมือง ชั้น 4 โรงแรมเดอะทวินทาวเวอร์ กรุงเทพฯ

ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จัดงานสัมมนาเปิดตัว “โครงการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการนำเอทานอลมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ระดับเชิงพาณิชย์”

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของประเทศไทย โดยมุ่งศึกษาศักยภาพการใช้ “เอทานอล” ซึ่งเป็นวัตถุดิบชีวภาพสำคัญของประเทศ มาต่อยอดสู่การผลิต SAF ผ่านกระบวนการ Alcohol-to-Jet (ATJ) เพื่อรองรับแนวโน้มการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรมการบินในระดับสากล

ดร.อภิรดี ธรรมมโนมัย ผู้อำนวยการกองพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้หลายประเทศเร่งกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในภาคการบิน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังมีข้อจำกัดในการลดการปล่อยคาร์บอน การพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF)

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลังงานชาติ โดยมุ่งส่งเสริมการนำเอทานอลภายในประเทศมาต่อยอดผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านเทคโนโลยี Ethanol-to-Jet (EtJ) ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิตเอทานอลที่เข้มแข็ง มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 7 ล้านลิตรต่อวัน และใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ทั้งอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดสู่อุตสาหกรรม SAF เพื่อรองรับความต้องการของภาคการบิน พร้อมทั้งช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

นอกจากนี้ โครงการศึกษาการส่งเสริมการนำเอทานอลมาผลิตเป็น SAF ระดับเชิงพาณิชย์ ยังครอบคลุมการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีการผลิต การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Assessment ) การวิเคราะห์ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การลงทุน และห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมโครงการศึกษานี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรม SAF ของประเทศไทย และช่วยผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการบินของภูมิภาคในอนาคต ดร.อภิรดี กล่าว

ด้าน ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. กล่าวถึง โครงการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการนำเอทานอลมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ระดับเชิงพาณิชย์” หรือ SAF EtJ ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านเชื้อเพลิงชีวภาพค่อนข้างสูง

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเอทานอลที่มีห่วงโซ่อุปทานเข้มแข็ง และปัจจุบันยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสู่การผลิต SAF เพื่อรองรับความต้องการของตลาดการบินในอนาคต อย่างไรก็ตามกรอบการชดเชยและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับการบินระหว่างประเทศ หรือ CORSIA ของ ICAO ยังมีข้อกำหนดด้านวัตถุดิบและเส้นทางการผลิต (Pathway) ที่อาจยังไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โครงการดังกล่าวจึงมุ่งศึกษาและบูรณาการทั้งกรอบ ICAO-CORSIA และศักยภาพของอุตสาหกรรมเอทานอลไทย เพื่อผลักดันแนวทางการผลิต SAF จากเอทานอลด้วยวิธี Ethanol-to-Jet (EtJ) ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับเชิงพาณิชย์

“โครงการนี้จะมีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งกระบวนการเพาะปลูก การผลิตเอทานอล การขนส่ง การแปรรูปเป็น SAF รวมถึงการวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์ นโยบาย มาตรการสนับสนุน และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการกำหนดทิศทางของประเทศ”

นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิตเอทานอล ผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยาน ภาคการบิน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้แนวทางการส่งเสริม SAF ด้วยกระบวนการ EtJ สามารถนำไปใช้ได้จริง และช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนของภูมิภาคในอนาคต ดร.นุวงศ์ กล่าว

บรรยากาศภายในงานสัมมนามีการนำเสนอข้อมูลด้านความเป็นมาของโครงการและความก้าวหน้าในการส่งเสริม SAF EtJ ในปัจจุบัน โดย ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. บรรยายให้ข้อมูลว่า

โครงการฯ มุ่งผลักดันการใช้เอทานอลที่ผลิตในประเทศต่อยอดสู่พลังงานสะอาด รองรับเป้าหมาย Net Zero ของอุตสาหกรรมการบินโลก ภายใต้กรอบ ICAO-CORSIA ซึ่งกำหนดให้ SAF เป็นกลไกหลักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 65% ภายในปี 2050

โดยโครงการครอบคลุมการศึกษาเทคโนโลยี Alcohol-to-Jet (EtJ) การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ การลงทุน ตลอดจนข้อกฎหมายและมาตรการสนับสนุน เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทไทย ทั้งนี้ประเทศไทยมีศักยภาพด้านวัตถุดิบจากกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง ซึ่งปัจจุบันมีกำลังการผลิตเอทานอลรวมกว่า 7.03 ล้านลิตรต่อวัน และคาดว่าเทคโนโลยี EtJ จะมีบทบาทสำคัญต่อการขยายกำลังการผลิต SAF ของประเทศในช่วงปี 2573–2575 เพื่อรองรับการลดคาร์บอนในระยะยาว

ด้าน ดร.เสกสรร พาป้อง หัวหน้าทีมวิจัยการประเมินความยั่งยืนและเศรษฐกิจและสังคม สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน MTEC สวทช. บรรยายนำเสนอกรอบแนวคิดและระเบียบวิธีประเมินวัฏจักรชีวิตของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ให้ข้อมูลว่าประเทศไทยกำลังศึกษาการพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ตามมาตรฐาน ICAO ภายใต้กรอบการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA)

เพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบทางการเกษตรจนถึงการใช้งานในอากาศยาน โดยการประเมินตามกลไก CORSIA ต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทางอ้อม (ILUC) และการสะสมคาร์บอนในดิน เพื่อให้ผลคำนวณมีความโปร่งใสและได้มาตรฐานสากล พร้อมกันนี้ ไทยยังศึกษาศักยภาพการผลิต SAF จากเอทานอลที่ได้จากอ้อย กากน้ำตาล และมันสำปะหลัง โดยมีโรงงานเอทานอลเข้าร่วม 13 แห่ง ซึ่งผลการศึกษาพบว่า SAF ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 10% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมายความยั่งยืนและลดคาร์บอนในระยะยาว

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย Net Zero และการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการใช้ทรัพยากรชีวภาพของประเทศอย่างมีมูลค่าเพิ่ม พร้อมวางรากฐานการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) จากเอทานอลสู่ระดับเชิงพาณิชย์ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินและพลังงานสะอาดของภูมิภาคในอนาคต

]]>
2026.05.20 MHESI, SLRI, and NSTDA Welcome High-Level Delegation from Malaysia https://www.entec.or.th/th/2026-05-20-mhesi-slri-and-nstda-welcome-high-level-delegation-from-malaysia/ Thu, 21 May 2026 09:38:27 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19903

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารโยธี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมให้การต้อนรับคณะข้าราชการระดับสูงจากมาเลเซีย นำโดย Prof. Dr. Azmawani Abd Rahman, CEO Putra Business School พร้อมด้วย ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ในโอกาสมาศึกษาดูงาน ณ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช รุจิวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอบทบาทและภาพรวมการดำเนินงานของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ และ สวทช. ตามลำดับ รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบข้อซักถามแก่คณะศึกษาดูงาน

ก่อนที่ในช่วงท้าย คณะฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวทช. ซึ่ง ENTEC สวทช. ได้นำผลงานเด่นด้านพลังงานสะอาดมาร่วมจัดแสดงการผลงานวิจัยของ สวทช. ซึ่ง ENTEC สวทช. ได้นำผลงานเด่นด้านพลังงานสะอาดมาร่วมจัดแสดง ได้แก่

  • Premium Biodiesel (H-FAME) นำเสนอโดย ดร.พีรวัฒน์ สายสิริรัตน์ หัวหน้าโครงการและหัวหน้าทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC

H-FAME เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพคุณภาพสูงที่ ENTEC สวทช. พัฒนาร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน มีคุณสมบัติเด่นด้านความเสถียรและความทนทานต่อการเกิดออกซิเดชันสูงกว่าไบโอดีเซลทั่วไป จึงสามารถเก็บรักษาได้นานและเหมาะสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ อีกทั้งยังช่วยลดฝุ่นละออง PM ในไอเสีย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 50% สอดคล้องกับเป้าหมายการลดมลพิษและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ

  • น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าปลอดภัยจากปาล์มน้ำมันไทย (EnPAT) นำเสนอโดย ดร.บุญญาวัณย์ อยู่สุข หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีเชื้อเพลิงสะอาดและเคมีขั้นสูง ENTEC

EnPAT เป็นนวัตกรรมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพที่ ENTEC พัฒนาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน มีจุดเด่นด้านความปลอดภัยจากคุณสมบัติอุณหภูมิจุดติดไฟสูง จึงช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับน้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ปัจจุบัน EnPAT ได้มีการทดสอบใช้งานจริงแล้วใน 10 จังหวัด และเตรียมขยายผลสู่ระบบไฟฟ้าสีเขียวทั่วประเทศ

การศึกษาดูงานครั้งนี้เปิดโอกาสให้คณะฯ จากมาเลเซียได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทั้งในระดับนโยบายและด้านการวิจัยพัฒนา อันจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาผู้นำระดับสากลอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อยกระดับการพัฒนาของทั้งสองประเทศในอนาคตต่อไป

]]>
2026.05.20 ENTEC Advances Thailand’s Battery Passport Initiative at International Battery Workshop https://www.entec.or.th/th/2026-05-20-entec-advances-thailands-battery-passport-initiative-at-international-battery-workshop/ Thu, 21 May 2026 06:06:25 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19881

ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการกำกับดูแลแบตเตอรี่และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวของไทย ผ่านการร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษและดำเนินเวทีเสวนา ในงานประชุมเชิงปฏิบัติการ “First Step - Thailand Battery Tracking System Workshop” เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ณ ห้อง Terra-Spark ชั้น 4 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ จัดโดย Thai-German Cooperation on Energy, Mobility and Climate (TGC-ECM)

ภายในงาน ดร.ณัฐนัย คุณานุสนธิ์ นักวิจัย ทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน ENTEC ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ Battery Passport” โดยอธิบายแนวทางการบริหารจัดการแบตเตอรี่ผ่านนโยบาย Battery Passport เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันด้านแนวคิด คำนิยาม และคำศัพท์ทางเทคนิค ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบติดตามแบตเตอรี่ รวมถึงสะท้อนบทบาทของ ENTEC ในการสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการกำกับดูแลแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต

งานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก คุณสาร์รัฐ ประกอบชาติ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวเปิดงาน และ ดร.โดมินิกา คาลิโนวสกา (Dr. Dominika Kalinowska) ผู้อำนวยการโครงการด้านการขนส่ง GIZ ประเทศไทย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม

นอกจากนี้ ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ENTEC ยังได้ร่วมดำเนินเวทีเสวนาในหัวข้อ “ความท้าทายในการบูรณาการ” ซึ่งมุ่งแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายในการนำระบบ Battery Passport ไปสู่การปฏิบัติจริง โดยมีผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมร่วมเสวนา ได้แก่

  1. คุณทัศนัย แสวงทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนกซ์เทียร์ จำกัด
  2. คุณฉันทกร เดวิชญ์ กริดวิชยญาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท กริดวิซ ประเทศไทยและสิงคโปร์
  3. คุณกรวิกา ชัยประทีป รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเค เทส จำกัด ประเทศไทย
  4. คุณจารุบุตร อัศวเรืองชัย ผู้จัดการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด

การมีส่วนร่วมของ ENTEC ในเวทีประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทาง Battery Passport และระบบติดตามแบตเตอรี่ของประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นต้นแบบด้านการกำกับดูแลแบตเตอรี่ในระดับอาเซียนต่อไป

]]>
2026.05.19 ENTEC Welcomes German Embassy and IKTS for Research Exchange on Energy Storage and Clean Energy https://www.entec.or.th/th/2026-05-19-entec-welcomes-german-embassy-and-ikts-for-research-exchange-on-energy-storage-and-clean-energy/ Thu, 21 May 2026 03:51:43 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19855

วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสถานทูตเยอรมนี นำโดย Mr. Eduard Ruge ที่ปรึกษาด้านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำกรุงเทพมหานครและสิงคโปร์ พร้อมด้วย Mr. Christian Klöppelt ผู้แทนจากสถาบัน Fraunhofer Institute for Ceramic Technologies and Systems (IKTS) เพื่อหารือความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาและเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการวิจัยของ ENTEC

ในโอกาสนี้ ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงาน พร้อมด้วย ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงาน ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน ดร.จิราวรรณ มงคลธนทรรศ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน และ ดร.ณัฐนัย คุณานุสนธิ์ นักวิจัย ร่วมให้การต้อนรับคณะผู้แทน โดย ดร.นุวงศ์ และ ดร.พิมพาได้นำเสนอภาพรวมและผลงานวิจัยของ ENTEC ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานและพลังงานสะอาด พร้อมนำคณะเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน

การเยี่ยมชม ENTEC ในครั้งนี้ คณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีและและสถาบัน IKTS ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือแนวทางความร่วมมือระหว่าง ENTEC และหน่วยงานจากเยอรมนี โดยเฉพาะในประเด็นด้าน Battery Recycling & Circular Economy ของประเทศไทย รวมถึงข้อมูลเชิงเทคนิค ความท้าทาย และโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศในการสนับสนุนการพัฒนาพลังงานสะอาดของไทยและภูมิภาคอาเซียน

กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ ENTEC ในการเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ ที่พร้อมเปิดรับความร่วมมือกับนานาประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสนับสนุนการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน

]]>
2026.05.11-04.19 ENTEC Delegates Join International Training Program on Hydrogen and Electrolyzer Technology in China https://www.entec.or.th/th/2026-05-11-04-19-entec-delegates-join-international-training-program-on-hydrogen-and-electrolyzer-technology-in-china/ Wed, 20 May 2026 13:40:10 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19790

ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. เดินหน้าสร้างความร่วมมือระดับสากลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไฮโดรเจนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยตัวแทนนักวิจัยของ ENTEC ได้แก่ ดร.วิศาล ลีลาวิวัฒน์ นักวิจัย และนาย Pham Dinh Thao ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงานเข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรมเชิงลึกเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ในหลักสูตร "Clean Energy Innovation: Hydrogen Fuel Cell and Electrolyzer Technology" ระหว่างวันที่ 19 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ Tongji University โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของจีนในภาคยานยนต์และพลังงานสะอาด แก่บุคลากรวิชาชีพจากกลุ่มประเทศ "Belt and Road"

การเข้าร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้ ตัวแทนจาก ENTEC ได้ร่วมเสริมสร้างพื้นฐานทางเทคนิคการพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) และอิเล็กโทรไลเซอร์ (Electrolyzer) ขั้นสูง พร้อมทั้งเข้าศึกษาดูงาน ณ สถานประกอบการนวัตกรรมไฮโดรเจนชั้นนำของจีน เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระดับภูมิภาค

การมีส่วนร่วมในโครงการระดับโลกนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของ ENTEC ในการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและกรอบนโยบายเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่งของไทย ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประเทศ

]]>
ENTEC Showcases Energy Innovations to Welcome Cabinet Delegation During NSTDA Tech Platform Tour https://www.entec.or.th/th/entec-showcases-energy-innovations-to-welcome-cabinet-delegation-during-nstda-tech-platform-tour/ Mon, 18 May 2026 08:55:18 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19724

(วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐมนตรี จาก 6 กระทรวงสำคัญ ประกอบด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงการคลัง และนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี

เยี่ยมชมผลงานวิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง อว. เพื่อบูรณาการการใช้งานวิจัยเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจของแต่ละกระทรวงอย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารนักวิจัยและพนักงาน สวทช. ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. นำโดย ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ENTEC พร้อมด้วยคณะนักวิจัยร่วมให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ในโอกาสเยี่ยมชมนวัตกรรมด้านพลังงาน ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่เทคโนโลยีพลังงานสะอาดหลายด้านสำคัญ สะท้อนแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ เพื่อรองรับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ในอนาคต ผ่านการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่

ENTEC สวทช. นำเสนอนวัตกรรมด้านพลังงานครอบคลุม 4 มิติหลัก ได้แก่

เทคโนโลยีแบตเตอรี่ (Battery Technology): ครอบคลุมตั้งแต่วัสดุขั้วไฟฟ้า อิเล็กโทรไลต์ การผลิตเซลล์แบตเตอรี่ การจัดการแบตเตอรี่หมดอายุ มาตรฐานระบบสลับแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงแบตเตอรี่เฉพาะทางสำหรับการทหารและดาวเทียม

พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy): การตรวจสอบและประเมินคุณภาพแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้งานแล้ว ผ่านแพลตฟอร์ม SolarSure รวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรด้านพลังงาน (upskill/reskill)

เชื้อเพลิงสีเขียวและเชื้อเพลิงชีวภาพ (Green Fuel & Bioenergy): การพัฒนา H-FAME หรือไบโอดีเซลพรีเมียมเพื่อลดคาร์บอนและเสริมความมั่นคงพลังงาน2รวมถึงการต่อยอดก๊าซชีวภาพสู่การผลิตไฮโดรเจน (Biogas to H2)

เชื้อเพลิงสังเคราะห์คาร์บอนต่ำ (e-Methanol): การพัฒนา e-methanol ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งในอนาคต

อ่านข่าวกิจกรรมภาพรวม สวทช. ได้ที่ https://www.nstda.or.th/home/news_post/national-research-engine-20260515/

]]>
2026.05.12 ENTEC, NSTDA Partners with UNDP and PDMO to Monitor EV Registration Progress toward Thailand’s Zero Emission Vehicle (ZEV) Targets under the Sustainability-Linked Bond (SLB) Framework. https://www.entec.or.th/th/2026-05-12-entec-nstda-partners-with-undp-and-pdmo-to-monitor-ev-registration-progress-toward-thailands-zero-emission-vehicle-zev-targets-under-the-sustainability-linked-bond-slb-framewo/ Sat, 16 May 2026 15:32:16 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19700

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม VIE Hotel Bangkok - MGallery Collection ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC), สวทช. นำโดย ดร.กัมปนาท ซิลวา และทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพลังงาน เข้าร่วมการประชุมหารือพหุภาคีเพื่อรับฟังความคิดเห็น เรื่อง “การทวนสอบ KPI-2 ของตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืนของประเทศไทย จำนวนการจดทะเบียนรถยนต์นั่งและกระบะที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (ZEV)” ซึ่งจัดขึ้นโดย United Nations Development Programme (UNDP) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อกระบวนการตรวจสอบตัวชี้วัดด้านการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าปลอดมลพิษ (ZEV) ของประเทศ

ในการประชุมครั้งนี้ ดร.กัมปนาท ซิลวา ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบตัวชี้วัด KPI-2 พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อออกแบบแนวทางที่เหมาะสมเกี่ยวกับแนวทางสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

ทั้งนี้ ENTEC มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ UNDP สำหรับการจัดทำรายงานตรวจสอบ KPI-2 ของประเทศไทย โดยได้ร่วมดำเนินการจัดทำรายงานดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2567 และต่อเนื่องในปี 2568 สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาควิชาการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050

https://www.facebook.com/share/p/1BxbmorLbo/

]]>
2026.05.12 ENTEC, NSTDA Contributes to Advancing ASEAN Biofuel Cooperation at the “Workshop on Advancing Biofuels for Energy Security and Decarbonisation in ASEAN” https://www.entec.or.th/th/2026-05-12-entec-nstda-contributes-to-advancing-asean-biofuel-cooperation-at-the-workshop-on-advancing-biofuels-for-energy-security-and-decarbonisation-in-asean/ Fri, 15 May 2026 15:32:54 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19661

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC), สวทช. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Workshop on Advancing Biofuels for Energy Security and Decarbonisation in ASEAN” ซึ่งจัดโดย ASEAN Centre for Energy (ACE) ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือแนวทางการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในภูมิภาคอาเซียน

ในการนี้ ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Advanced Biofuel Outlook: Emerging Technologies and Pathways for Sustainable Biofuel Development” โดยนำเสนอแนวโน้มและทิศทางการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง เทคโนโลยีเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่สองและเชื้อเพลิงจากของเสีย ตลอดจนปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัยกลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ยังได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “Development of ASEAN Biofuel Cooperation Framework: Updates and Next Steps” เพื่อนำเสนอความคืบหน้าของการจัดทำ ASEAN Biofuel Cooperation Framework ภายใต้โครงการ SPICES WP2 รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงชีวภาพของอาเซียนภายใต้กรอบ APAEC 2026–2030

ปัจจุบัน ENTEC ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้แก่ ACE ในการสนับสนุนการพัฒนา ASEAN Biofuel Cooperation Framework ภายใต้โครงการ SPICES ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการมาถึง Work Package 2 (WP2) ที่มุ่งเน้นการพัฒนากรอบความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงชีวภาพของอาเซียนให้มีความเชื่อมโยง ยั่งยืน และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาค โดยคาดว่ารายงานฉบับสมบูรณ์จะเผยแพร่ในช่วงปลายปี 2569

การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาคในการผลักดันการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของอาเซียนในอนาคต

 

]]>
2026.05.12 ENTEC, NSTDA Meets with BBGI Executives to Explore Collaboration Opportunities in Sustainable Aviation Fuel (SAF) https://www.entec.or.th/th/2026-05-12-entec-nstda-meets-with-bbgi-executives-to-explore-collaboration-opportunities-in-sustainable-aviation-fuel-saf/ Fri, 15 May 2026 15:13:14 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19645

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.วิศาล ลีลาวัฒน์ นักวิจัย และนายภูมิอานันท์ นิยมนา ผู้ช่วยวิจัย ทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน ได้เข้าพบคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) เพื่อหารือโอกาสและทิศทางของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF)

ในการนี้ ดร.นุวงศ์ และดร.วิศาล ได้บรรยายในหัวข้อ “เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ทางเลือกแห่งอนาคต” โดยร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของบริษัทฯ เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม ตลอดจนโอกาสเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน

ทั้งนี้ การหารือครอบคลุมถึงสถานการณ์และทิศทางของเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ทั้งในระดับนานาชาติและประเทศไทย รวมถึงประเด็นด้านเทคโนโลยีการผลิต กฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและผลักดันการใช้ SAF ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง และขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศในอนาคต

]]>
2026.05.08 ENTEC Welcomes EU and GIZ Delegation to Strengthen Sustainable Energy Partnerships under EU Global Gateway Initiative https://www.entec.or.th/th/entec-welcomes-eu-and-giz-delegation-to-strengthen-sustainable-energy-partnerships/ Sat, 09 May 2026 15:53:49 +0000 https://www.entec.or.th/?p=19591

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

ดร.นุวงศ์ ชลคุป รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก สหภาพยุโรป (European Union: EU) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit: GIZ) ในโอกาสเข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบ EU Global Gateway

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด โดยเฉพาะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition Infrastructure) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero Emissions ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย องค์กรระหว่างประเทศ และภาคอุตสาหกรรม

โอกาสนี้ คณะผู้แทนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเทคนิคในส่วนของเทคโนโลยีเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) และ เทคโนโลยีไฮโดรเจน จากนั้นได้เข้าเยี่ยมชมผลงานวิจัยด้านพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งครอบคลุมการผลิต การกักเก็บ และการใช้ประโยชน์ไฮโดรเจนเพื่อเป็นพลังงานสะอาดแห่งอนาคต และระบบพลังงานที่สนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและนวัตกรรมด้านพลังงานให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

]]>